อาตมาขอตอบอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ความจน เป็น เหตุปัจจัยหนึ่ง ของปัญหาสังคมจริง
แต่ ไม่ใช่ต้นตอสุดท้าย

ในพระไตรปิฎก พระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดว่า

ความทุกข์เกิดจากตัณหา — ความอยาก ความยึด ความไม่รู้พอ

ความจนทำให้ชีวิต ขาด
แต่สิ่งที่ทำให้สังคมปั่นป่วน คือ ใจที่ไม่รู้จักพอ แม้ในคนที่ “ไม่จน”

ลองพิจารณาเบา ๆ

  • คนจนบางคน ซื่อสัตย์ อดทน ไม่เบียดเบียนใคร

  • คนรวยบางคน มีทุกอย่าง แต่ยังโกง ยังเอาเปรียบ ยังทำร้ายกัน

ถ้าความจนเป็นต้นตอแท้
คนที่ไม่จนควรไม่มีปัญหาเลย — แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

พระพุทธองค์จึงสอนเรื่อง
อวิชชา → ตัณหา → อุปาทาน → ทุกข์

ความจนเป็นเพียง เงื่อนไขภายนอก
แต่ อวิชชา (ความไม่รู้เท่าทันใจตน) คือรากลึก

อย่างไรก็ตาม อาตมาไม่ปฏิเสธว่า
สังคมที่ปล่อยให้คนจำนวนมาก “จนเกินจำเป็น”
ย่อมเป็นสังคมที่เพิ่มเชื้อไฟให้กิเลสลุกง่ายขึ้น

พระพุทธองค์จึงทรงสอนกษัตริย์ให้ดูแลปากท้องประชาชน
ไม่ใช่เพราะความจนเป็นบาป
แต่เพราะ ความลำบากทำให้ใจรักษาศีลได้ยาก

สรุปอย่างสงบ ๆ คือ

ความจน เอื้อต่อ ปัญหา
แต่ ความไม่รู้จักพอในใจมนุษย์ คือรากแท้ของปัญหาสังคม

อาตมาขอทิ้งคำถามไว้ให้โยมวางในใจ
ไม่ต้องตอบทันที

ถ้าวันหนึ่งโยมมีพอทุกอย่าง
ใจโยม…จะพอด้วยหรือไม่?