ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ

เมื่อเช้านี้มี # หนึ่งเกี่ยวกับแม่ ที่มีความหมายในทางลบเกิดขึ้นมาในทวิตเตอร์ (ตอนนี้โดนถอดไปแล้วเพราะเป็น hate speech)

ไม่ว่าคนทวีตจะหมายถึง แม่ตัวเอง แม่คนอื่น หรือแม่ที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ ผมมีความสงสัยอยู่อย่าง

ปัญหาคือว่า พอมันมีการปั่นจนเป็น trend มันทำให้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งคิดว่าอะไรก็ตามเป็นกระแส มันคือเรื่องจริง มันต้องมีมูล เกิดความคล้อยตาม แต่ถ้าคุณเข้าไปดูในทวิตเตอร์จริงๆแล้ว ประชากรโดยส่วนใหญ่ที่ทวีต # ไปในทางลบ มักจะเป็นแอคเคาท์ที่ไม่ได้ใช้ชื่อจริง

ขณะที่กลุ่มที่ใช้ชื่อจริง อาจจะมีทวิตล่อแหลมบ้าง แต่น้อยมากที่จะกล้าเผยตัว เพราะพวกนี้รู้ดีว่า โดนจับมาไม่คุ้ม อาจจะมีบางรายเช่นกัน ที่ไม่ค่อยมีความรู้ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทวีต สามารถพาตัวเองเข้าคุกได้ก็น้อยมาก

ข้อมูลปัจจุบัน ทวิตเตอร์ มีคนใช้ประมาณ 7 เกือบ 8 ล้านแอคเคาท์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเด็ก ผู้ใหญ่เล่นได้ และการสมัครทำได้ง่ายมาก เมื่อเทียบกับโซเชียลอื่นๆ การสลับแอคเคาท์ก็ทำได้ง่ายมาก เช่นกัน ลองเองได้ในแอพทวิตเตอร์ในมือถือท่าน 5 วินาที สลับก็ได้แล้ว

ในโลกแห่งความเป็นจริง มีกี่คนในประเทศไทยที่ถึงขั้นกล้าทวิตแบบนี้ครับ ตัดคนที่รักสถาบัน แล้วตัดคนที่อาจจะไม่รักสถาบันแต่ก็รักแม่ตัวเอง แล้วยังตัดคนที่รู้จักคำว่า มารยาทไม่ไปด่าบุพการีคนอื่นอีก

ประเทศเรามีคนที่จิตใจตกต่ำเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อครับ ไม่ใช่เพราะเราเป็นเมืองพุทธนะ แต่มันอยู่ในดีเอ็นเอของคนไทย เรารักพ่อแม่ครับ และเราก็มีมารยาทพอจะไม่ไปด่าแม่คนอื่น

ลองหาคนรอบกายที่มีจิตใจตกต่ำขนาดนั้นให้เจอซักคนก็ยากแล้วครับ ถ้าจะมีก็ต้องพวกติดยา ขอตังไม่ได้แล้วทุบตีพ่อแม่ ซึ่งน้อยมากๆในคนไทย

เมื่อช่วงเช้าจึงเป็นหลักฐานที่ดีว่า ที่เห็นว่า เทรนดิ้ง มันอาจจะไม่ได้มาจากเยาวชนที่สื่อว่าหรอก แต่มาจากคนจิตใจตกต่ำแค่กลุ่มเดียวปั่นกระแสขึ้นมา

เช่นเคย Action speak louder than hashtags

ความรักของคนไทยที่มีต่อแม่ตัวเอง และแม่ที่คนไทยส่วนใหญ่ยกย่อง มันพิสูจน์อยู่แล้วว่า # นี้ มันแค่คนหยิบมือเดียวสลับแอคเคาท์ไปมาครับ

Written By

Yodfah

Digital Transformation Consultant, ผู้ก่อตั้ง Thumbpaste (Thailand) Co., Ltd., ผู้แปลเนื้อหาเกมและแอดมิน Pokémon Go Thailand League